life

เรื่องของคนล้มเหลว

posted on 29 Mar 2007 12:33 by au8ust  in life
เจอในบอร์ดแห่งนึงครับ...
===================================

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า
ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

huhu.png


ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์"
ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

huhu.png


ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผู้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า
"เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

huhu.png


ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน"
หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

huhu.png


ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

huhu.png


ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

huhu.png


ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"
smile.gif
ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย
แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

huhu.png


หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท
บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีนมอนโร" นั่นเอง

huhu.png


ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะอภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

huhu.png


ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม
"บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก
ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

huhu.png



เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้
เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว
คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

เค้า... จมน้ำตายแล้ว...

posted on 11 Mar 2007 12:14 by au8ust  in life
วันนี้เรื่องหน้าเศร้าใจมากที่สุดเรื่องนึงในชิวิตผมก็มาถึง... เค้าอยู่กับผมมานานมาก แม้ตอนแรกจะไม่ได้มาอยู่กับผมโดยตรงก็ตาม แต่ว่า ตอนหลัง เราก็อยู่ด้วยกันตลอดมา เวลาไปไหนผมจะพาเค้าไปด้วยเสมอ เค้าเป็นอะำไรมากมายสำหรับผม...

แม้บางครั้งผมอาจจะทิ้งเค้าไว้ในห้อง หรือลืมไว้ที่ไหนสักแห่ง แต่ผมก็ไม่เคยละเลย... ระยะหลังนี้ ผมเอาเค้าติดตัวไปไหนมาไหนเสมอ ๆ จนวันนี้... ความใกล้ชิด มันได้ทำให้ผมต้องเสียเค้าไป...

เมื่อวานผมให้แม่บ้านเอาเสื้อไปซัก แต่แม่บ้านไม่ทันไป วันนี้เจอก็เลยบอกว่า อย่าลืมเอาไปซักนะ...

ขณะที่ผมนั่งอยู่ในห้อง ผมเห็นแม่บ้านเดินยิ้มมา ยังนึกว่าคงจะมีอะไรสนุก ๆ...

แม่บ้านยิ้มเดินเข้ามาในห้อง ยื่นมือออกมา ในมือนั้น... มีเค้าอยู่...

แม่บ้านบอกกับผมว่า...

“คุณคะ คืออิฉันลืมจริง ๆ ค่ะ ไม่รู้ว่ามีมันอยู่ในเสื้อ แต่มันไม่ได้เปียกมากนะคะ เพราะมีเสื้อบังอยู่...”

แม่บ้านพูดไปยิ้มไป... ผมอึ้ง... นึกโกรธ แต่ก็ข่มใจไว้... แต่ก็เกิดความเศร้าจับใจขึ้นมา...

ตลอดเวลากว่า ๓ ปีที่เรารู้จักกัน... หมดกัน...





























PocketPC ผม... HP IPAQ 1910 ผม... Y_Y... ไปซะแล้ว...
แปลและเรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม

ข่าวดีสำหรับมวลมนุษยชาติต้อนรับปี 2550 และถือว่าเป็นข่าวใหญ่แห่งวงการแพทย์ นั่นก็คือการค้นพบตัวยาที่สามารถยับยั้ง ไวรัสเอดส์หรือเชื้อ HIV ในร่างกายมนุษย์ได้ โดยนักวิทยาศาสตร์ ชาวสหรัฐอเมริกา เป็นผู้คิดค้นตัวยาดังกล่าว

เป็นที่ทราบกันดีทุกคนว่า โรคเอดส์ คือโรคที่ร้ายแรงที่สุดในปัจจุบัน ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้จะต้องเข้ารักษาตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องทานยา ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการบรรเทาหรือชะลอการแพร่เชื้อในร่างกายของผู้ป่วย เท่านั้น เพราะปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถจะฆ่าเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้ลงได้

กล่าวกันว่า โรคเอดส์ หรือ เชื้อ HIV เป็นไวรัสที่เกิดมาจากการผสมข้ามเผ่าพันธุ์ระหว่างยีนส์ของมนุษย์กับลิง เป็นโรคที่มีอายุยาวนานมากว่า 30 ปี แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าทางการแพทย์จะไม่สามารถคิดค้นตัวยาเพื่อที่จะมายับยั้ง เชื้อโรคตัวนี้ได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเจ้าเชือ้ HIV สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวมันเองพัฒนาไปได้เรื่อยๆ

พอแพทย์คิดค้นตัวยาที่จะใช้ปราบเจ้าเชื้อตัวนี้สำเร็จ ก็สายไปเสียแล้ว เพราะมันได้กลายพันธุ์ไปเป็นแบบอื่นเข้าไปสู่ร่างกายของมนุษย์แล้ว ยาที่คิดได้จึงไม่มีประโยชน์และไม่สามารถใช้รักษาใครได้เพราะผู้ที่ป่วยด้วย เชื้อแบบเก่าก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว นี่คือความจริงที่ใครต่อใครต่างตั้งคำถามว่า ทำไมจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครคิดค้นหายาที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้?

แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของมนุษย์เพราะไม่นานมานี้นักวิจัยชาวสหรัฐฯ หนึ่งในทีมวิจัยจากสถาบัน NIAID (the National Institute of Allergy and Infectious Diseases) ได้ค้นพบวิธีกำจัดเจ้าโรคร้ายขนิดนี้ได้แล้ว แม้ว่ามันจะกลายพันธุ์พัฒนารูปแบบไปเป็นอย่างไรก็ตามสุดท้ายเจ้าเชื้อโรคตัว นี้ก็มีจุดอ่อนที่สามารถกำจัดได้ เพราะจากผลการวิจัยพบว่า ที่ส่วนเล็กที่สุดของเชื้อ HIV ที่มีลักษณะคล้ายกับเดือยซึ่งเรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า glycoprotein 120 หรือ (gp120) นั้นจะไม่เปลี่ยนสภาพตามไปด้วย คือมีลักษณะคงที่เป็นเป้านิ่ง จากนั้นได้ทำการจำลองรูปภาพผิวหน้าของ HIV Protein เมื่อทำปฏิกิริยากับสารแอนติบอดี้ ซึ่งโปรตีนชนิดนี้หรือที่เรียกกันว่า B 12 นั้นสามารถโจมตีเชื้อ HIV ได้

ดร. Kwong ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับเชื้อ HIV มากเท่าไร เราก็ยิ่งค้นพบว่าเชื้อไวรัสนี้สามารถต่อต้านการทำลายเชื้อโรคจากระบบภูมิคุ้มกันได้ในหลายๆ ระดับ”



เมื่อพบเป้านิ่งอย่างนี้แล้ว นักวิจัยนี้ก็พบต่อไปว่า มีสารแอนตี้บอดี้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า B12 สามารถจดจำและพุ่งเข้าเกาะบริเวณเดือยหรือ gp120 ของเชื้อ HIV ได้ และเมื่อเกาะแล้วก็จะระงับฤทธิ์เดชของเชื้อ HIV ไม่ให้เป็นอันตรายได้ คือทำให้เชื้อ HIV ไม่สามารถทำลายเนื้อเยื้อหรือเซลล์อื่น ๆ หรือโมเลกุลอื่น ๆ ของร่างกายได้ จึงสรุปผลได้ว่า สารแอนตี้บอดี้ B12 เป็นสารที่สามารถหยุดยั้งและทำลายไวรัสเอดส์หรือเชื้อ HIV ได้

Anthony S. Fauci ผู้อำนวยการสถาบัน NIAID กล่าวว่า “ผลงานชิ้นเยี่ยมของ ดร. Kwong และทีม คือรูปภาพที่เป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งเป็นการทำปฏิกิริยาระหว่าง gp120 หรือส่วนที่เล็กที่สุดของเชื้อ HIV กับสารแอนติบอดี้ชนิดนี้ การค้นพบครั้งนี้ก่อให้เกิดการพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อ HIV ต่อไป”

นักวิจัยกล่าวต่อว่าสำหรับสารแอนตี้บอดี้ B12 นี้ สามารถพบได้ในเลือดของคนที่มีร่างกายสามารถต้านทานเชื้อ HIV ได้เป็นเวลานาน และต่อจากนี้ไปก็จะเป็นการวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างของเลือดที่มีลักษณะดังกล่าวเพื่อนำไปสังเคราะห์เป็นสารแอนตี้บอดี้ B12 หากการวิจัยที่กล่าวมาแล้วเสร็จเมื่อใด การรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ก็จะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับการแพทย์อีกต่อไปแล้ว

ดร. Nabel ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยได้กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายหลักของเราก็คือการพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อ HIV ท ี่สามารถกระตุ้นให้เกิดต่อต้านสารแอนติบอดี้อย่างกว้างขวาง การค้นพบครั้งนี้เป็นหนึ่งในหนทางที่ดีที่สุดที่จะนำเราสู่การพัฒนาในปีต่อๆ ไป”

ในอนาคตเราคงจะต้องจารึกเจ้าโรคร้ายที่ชื่อว่า “เอดส์” ไ ว้ข้างๆ กับมหันตภัยที่ร้ายแรงในอดีตอย่าง อหิวาต์ หรือโรคร้ายอื่นๆที่ได้สูญพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ตัวยาตัวนี้ได้ออกมารักษาผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ไวๆ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ทุกคนอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะแสงสว่างอันสดใสกำลังรอพวกท่านอยู่ข้างหน้า. . .

ข้อมูลและภาพประกอบจาก www3.niaid.nih.gov/news/newsreleases/2007/b12antibody.htm

ที่มา - Wutthiphan's blog