posted on 10 Apr 2007 11:07 by au8ust in life
อัตตาหิ อัตตโนนาโถ
โต หิ นาโถ ปโรสิยา
อัตตาหิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลภัง
...
งงล่ะสิ อิอิ
...
...เลื่อน ๆ ลงไปอ่านอีกหน่อยดีกว่า...
อัตตาหิ อัตตโนนาโถ
ตนแลย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน
โต หิ นาโถ ปโรสิยา
บุคคลอื่นใดใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
อัตตาหิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลภัง
เมื่อเราฝึกฝนตนเองดีแล้วเราจะได้ที่พึ่ง อันบุคคลอื่นจะได้โดยยาก
เป็นคำสอนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ให้ไว้แก่เหล่าพระภิกษุเมื่อ ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว เป็นคำสอนที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจมากสำหรับผม หากคนที่ไม่เคยศึกษาพระพุทธศาสนามาก่อน หากได้ยินว่า “ตนแลย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน” คงจะคิดค้านขึ้นมาทันที แต่จริง ๆ แล้ว มันมีความหมายอันยิ่งยวดที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้เลย
เวลาที่ผมท้อแท้ ผมจะนึกถึงคาถานี้เสมอ (พร้อมคำแปลนะ อิอิ) ไม่ใช่เฉพาะคาถานี้ ทุก ๆ คาถาล้่วนมีนัยยะซ่อนเร้นเสมอ เสียดายคนรุ่นหลังไม่ค่อยเข้าใจกุศโลบายของเจ้าของคาถา มักคิดไปว่า ท่องแล้วจะได้ดีเอง ไม่ต้องทำอะไร แค่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองก็พอ
คาถา ก็คือคำำพูดธรรมดา ๆ ที่ไม่ธรรมดาอย่างหนึ่ง บุรุษผู้มีสติ เมื่อได้ฟัง ได้พิจารณาแล้ว ย่อมเล็งเห็นสาระในคำพูดนั้น ๆ
- จบแล้ว -
(แต่จริง ๆ เหมือนจะยังเขียนไม่จบนะ)
(อ้าว!? ยังเหรอ...)
(ต่อยอดเองดีกว่าครับงั้น ;P)
posted on 04 Apr 2007 11:55 by au8ust in life
"ดาวตกมักวูบเดียวก็ผ่านไป ไม่มีผู้ใดสามารถอธิษฐานทันดอก
นอกจากรู้ตัวก่อนว่าจะมีดาวตกปรากฎ
แต่จะมีผุ้ใดสามารถล่วงรู้ดาวจะตกเมื่อใด?
ข้าพเจ้าล้วนว่าเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น"
...
"แม้นับว่าเป็นการหลอกลวงเถิด
แต่มันกลับสามารถบันดาลให้ผู้คนวาดมโนภาพสวยงามได้มากหลาย
คนเราหากไม่มีความหวังที่สวยงามอยู่ในความรู้สึกนึกดิดเสียบ้าง
ชีวิตใยไม่แห้งแล้งอับเฉา? ท้อแท้อาลัยเกินไป"
ที่มา -
engr